
รมว.ทส. เตือนนักท่องเที่ยว นั่งถ่ายภาพบนซากเรือในทะเล ต้นเหตุทำลายทรัพยากรปะการัง สั่ง กรมทะเลฯ ตรวจสอบพร้อมเร่งประกาศมาตรการเข้ม ท่องเที่ยวดำน้ำ
วันที่ 14 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเฟซบุ๊กจิตอาสา Go Eco Phuket รายงานภาพกลุ่มนักดำน้ำนั่งถ่ายภาพบนซากเรือปะการังเทียม บริเวณเกาะราชาใหญ่ เป็นเหตุให้สังคมกังวลถึงผลกระทบและความเหมาะสมของพฤติกรรม พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงการกระทำดังกล่าว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้ว่า จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล พร้อมสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบและหามาตรการในการจัดการอย่างเป็นระบบและให้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นด้วย
นายวราวุธ กล่าวว่า ในกรณีนี้ ตนได้รับรายงานกรณีมีนักท่องเที่ยวดำน้ำนั่งถ่ายรูปกับซากเรือที่มีปะการังเกาะอยู่ บริเวณเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต สำหรับตนแล้วถือว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีโอกาสสร้างความเสียหายต่อปะการังที่เกาะอาศัยอยู่ ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่าเริ่มมีการเกาะตัวของปะการังอ่อน หรือพืชขนาดเล็กขึ้นปกคลุมซากเรือลำนี้แล้ว การนั่งหรือการเหยียบบริเวณดังกล่าวจะสร้างความเสียหายทำให้ปะการังอ่อนเกิดการแตกหักได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบและหามาตรการในการจัดการอย่างเป็นระบบและต้องเด็ดขาด และให้รวมถึงในพื้นที่อื่นๆ ด้วย
ตนอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนว่า “นับแต่มีการผ่อนปรนให้เริ่มมีการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล จะเป็นเป้าหมายแรกๆ ของนักท่องเที่ยว ตนอยากขอให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ธรรมชาติได้พักฟื้นในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนคืนความสมบูรณ์จนเป็นที่ประจักษ์ในหลายพื้นที่ เราทุกคนต้องช่วยธรรมชาติในการฟื้นฟูตัวเอง ต้องเว้นระยะห่างระหว่างระบบนิเวศทางธรรมชาติ ลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงปรับพฤติกรรมที่คำนึงถึงความสมบูรณ์และคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามจะคงอยู่กับประเทศไทยไปอีกนานเพื่อส่งผ่านไปยังลูกหลานของเราในรุ่นต่อไป” นายวราวุธ กล่าว

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า พื้นที่เกาะราชาใหญ่ พบแนวปะการังกว่า 268 ไร่ ทั้งทางด้านตะวันตก ตะวันออก และด้านเหนือของเกาะ สภาพปะการังในพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในสภาพที่ได้รับความเสียหาย ทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ ซึ่งเมื่อปี 2559 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการกำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการังใน 7 พื้นที่ ซึ่งรวมถึงพื้นที่เกาะราชาใหญ่ ทั้งนี้ ได้กำหนดให้บุคคล หรือผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำ จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง รวมถึงผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึกต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักการของสถานบันการเรียนการสอนดำน้ำสากล หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายโสภณ กล่าวต่อว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ยกร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ เพื่อเป็นการสงวน การอนุรักษ์ การฟื้นฟู ทรัพยากรปะการัง โดยการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำบริเวณแนวปะการังต้องจัดให้มีผู้ควบคุม เพื่อให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ควบคุม กำกับ และดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายหรือสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณแนวปะการัง ซึ่งอีกไม่นานจะมีผลบังคับใช้ในมาตรการนี้ต่อไปอย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสานและติดตามนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้รวมถึง ได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์และกวดขันเรื่องการดำน้ำในพื้นที่อย่างเข้มงวดและจริงจัง

อนึ่ง หากมีการพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่นั้นๆ หรือแจ้งสายด่วน Green Call 1310 หรือผ่านทาง Application MRNR e-petition เพื่อจะได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันต่อสถานการณ์ อธิบดีทช.กล่าว.
อ่านเพิ่มเติม...
"นั่ง" - Google News
July 14, 2020 at 05:26PM
https://ift.tt/2WgE7R9
รมว.ทส.สั่งเข้ม นักท่องเที่ยว ทำลายปะการัง เหตุนั่งถ่ายภาพบนซากเรือ - ไทยรัฐ
"นั่ง" - Google News
https://ift.tt/36QWD6y
No comments:
Post a Comment